|
สถานการณ์ภัยคุกคามข้อมูลบนออนไลน์ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2553 |
|

อาชญากรบนอินเตอร์เน็ต เกิดขึ้นจากการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งในรูปของเงินและผลกำไรจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในกระแส ด้วยวิธีการใช้คำหรือข้อความในการพาดหัวข่าวและแนวโน้มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล่าสุด และด้วยความนิยมของระบบ Cloud Computing และระบบเสมือนจริงที่กำลังขยายตัวมากขึ้นในกลุ่มบริษัทต่างๆ ทำให้เป็นที่สนใจอย่างมากจากอาชญากรที่กำลังวางแผนหลอกลวงทางไซเบอร์ในอนาคตโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่กำลังเปลี่ยนแปลงจะสร้างโอกาสให้กับอาชญากรไซเบอร์มากขึ้น อินเตอร์เน็ตโปรโตคอล เวอร์ชัน 6 (IPv6) ซึ่งเป็นโปรโตคอล "รุ่นใหม่" ที่ออกแบบโดยคณะทำงานเฉพาะกิจด้านวิศวกรรมอินเตอร์เน็ต หรือไออีทีเอฟ (Internet Engineering Task Force: IETF) กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการขั้นทดลองเพื่อนำมาใช้แทนที่ IPv4 ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งใช้มา 20 ปีแล้ว เมื่อใดที่ผู้ใช้เริ่มเข้าสู่ระบบ IPv6 ทั้งอาชญากรไซเบอร์และผู้ใช้งานก็คาดหวังที่จะเห็นองค์ประกอบต่างๆ ของแนวคิด IPv6 ที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้งานเพื่อหาประโยชน์ในทางที่ผิดๆ รวมถึงเป็นช่องทางหลบซ่อนใหม่ๆ ของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ได้ Domain Name (โดเมนเนม) ที่มีการพัฒนาเป็นระบบสากลมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวของโดเมนระดับสูงสุดของภูมิภาค (ตัวอักษรรัสเซีย จีน และอารบิค)จะสร้างโอกาสใหม่ที่นำไปสู่การโจมตีแบบเดิมโดยใช้โดเมนที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อล่อลวงเหยื่อ เช่น การใช้อักษรซีริลลิกแทนอักษรที่มีลักษณะคล้ายกับละติน คาดว่าสิ่งนี้จะนำไปสู่ปัญหาใหญ่และถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งจะสร้างความท้าทายให้กับบริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยต่างๆ
อาชญากรไซเบอร์จะใช้สื่อและเครือข่ายทางสังคมเพื่อนำผู้ใช้งานเข้าสู่ “วัฎจักรของความเชื่อใจ” ในปี 2553 เทคนิคกลลวงทางสังคมจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการแพร่กระจายภัยคุกคามข้อมูลต่างๆ ทั้งจาการเพิ่มจำนวนของสื่อทางสังคม ที่สามารถเชื่อมโยงใช้เนื้อหาร่วมกันได้ผ่านการโต้ตอบทางสังคมออนไลน์ ก็อาจทำให้อาชญากรพยายามแทรกซึมและสร้างภัยอันตรายให้กับชุมชนออนไลน์ที่ได้รับความยอดนิยมมากกว่าที่เคยเกิดขึ้น นอกจากนี้ เครือข่ายสังคมออนไลน์ ก็ยังเป็นสถานที่พบปะที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการขโมยข้อมูลที่ระบุตัวบุคคล จากการโพสต์ข้อมูลกันอย่างเปิดเผยโดยเฉพาะในส่วนของข้อมูลส่วนตัว (Profile) ของผู้ใช้งานก็ดูน่าเชื่อถืออย่างมาก และเมื่อรวมเข้ากับข้อมูลการโต้ตอบบนเครือข่ายก็เพียงพอแล้วสำหรับอาชญากรที่จะขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและโจมตีด้วยเทคนิคกลลวงทางสังคมแบบมีเป้าหมาย สถานการณ์เช่นนี้จะเลวร้ายมากขึ้นในปี 2553 โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏต่อสาธารณชนจะถูกอาชญากรนำไปใช้ในการปลอมตัวเป็นเหยื่อหรือใช้ในการขโมยบัญชีธนาคารออกมาได้
แนวโน้มปัญหาการโจมตีแบบแพร่ระบาดทั่วโลกจะหมดไป แต่การโจมตีแบบเฉพาะเจาะจงและมีเป้าหมายจะขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ของการเกิดภัยคุกคามเปลี่ยนแปลงจึงอาจจะไม่พบการแพร่ระบาดทั่วโลกเหมือนอย่างเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ Slammer หรือ CodeRed อีกต่อไป อย่างในกรณีของ Conficker ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551 และต้นปี 2552 ที่อาจไม่ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก แต่เป็นการโจมตีที่ถูกวางแผนและออกแบบมาอย่างระมัดระวัง ซึ่งคาดว่าการโจมตีขั้นสูงแบบเฉพาะเจาะจง และแบบมีเป้าหมายจะขยายตัวและมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
การคาดการณ์ที่สำคัญเพิ่มเติมสำหรับปี 2553 และปีต่อๆ ไป
- ด้านเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน จะยังคงมีอาชญากรรมไซเบอร์เคียงข้างอยู่ด้วยการลดความเสี่ยงไม่ใช่ตัวเลือกที่ใช้ได้อีกต่อไป แม้แต่การใช้บราวเซอร์อื่น หรือระบบปฏิบัติการทางเลือก
- Malware (มัลแวร์) จะเปลี่ยนรูปแบบไปในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และการติด Malware จะเป็นเรื่องปกติ
- การโจมตีแบบใหม่ๆ จะเพิ่มมากขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบเสมือนจริงและระบบ Cloud
- การกระจายของ Bot จะขยายวงเพิ่มขึ้น
- เครือข่ายบริษัทหรือเครือข่ายทางสังคมก็อาจจะยังคงถูกก่อกวนจากอาชญากรที่จะขโมยข้อมูลไปใช้หาประโยชน์
|
คอมเมนต์
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds