เข้าสู่ระบบคนไทยรักกัน



ผู้ใช้งานขณะนี้

เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Civil Garuda on Facebook

ป้ายโฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้335
mod_vvisit_counterเมื่อวาน383
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3025
mod_vvisit_counterเดือนนี้6983
mod_vvisit_counterทั้งหมด374030

โฆษณาโดย Google

สถานการณ์การค้ามนุษย์ในรอบปี 2552

 

         สถานการณ์การค้ามนุษย์ในช่วงปี พ.ศ.2552 ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก ทั้งเด็กไทยและเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังพบปรากฏการณ์เหยื่อของการค้ามนุษย์ที่เป็นผู้ชายมากขึ้น โดยเฉพาะในการค้ามนุษย์แรงงานภาคประมง แม้จะมีการดำเนินการทางกฎหมายแก่ผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ แต่ก็ยังไม่สามารถเอาผิดหรือเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบการได้ สถานการณ์ที่น่าสนใจ ได้แก่
          การค้ามนุษย์แรงงานภาคประมง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา รับแจ้งเหตุแรงงานประมงขอรับความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกล่อลวงและบังคับให้ทำงานโดยไม่สมัครใจ ตลอดจนถูกละเมิดสิทธิ ประมาณ 103 กรณี (มากกว่าในช่วงปี 2551 ถึง 3 เท่า) ซึ่งปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงและประมงต่อเนื่องกว่า 1 แสนอัตรา ทำให้เกิดขบวนการนายหน้าในการจัดหาแรงงานเข้าสู่สถานประกอบการ โดยท่าเรือประมงที่มีปัญหาการค้ามนุษย์ใน ขั้นรุนแรง ได้แก่ 
         - จังหวัดสงขลา
         - จังหวัดชลบุรี (ท่าเรือแสมสาร อำเภอสัตหีบ)
         - จังหวัดสมุทรสาคร
         - จังหวัดสมุทรปราการ

          ในรอบปีที่ผ่านมามีการเข้าช่วยเหลือแรงงานประมงที่สำคัญ คือ ท่าเรือประมงแสมสาร จังหวัดชลบุรี จำนวน 2 ครั้ง และท่าเรือประมงกันตัง จังหวัดตรัง 1 ครั้ง สามารถช่วยเหลือแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ได้กว่า 50 ราย ทั้งหมดเป็นแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า ทั้งนี้ ปรากฏว่ามีแรงงานไทยส่วนหนึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการล่อลวงแรงงาน (มีแรงงานเด็กรวมด้วย) โดยขบวนการค้ามนุษย์ใช้พื้นที่สาธารณะในกรุงเทพมหานคร เช่น สถานีขนส่งหมอชิต สนามหลวง และสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นสถานที่ในการล่อลวงแรงงานที่เดินทางเข้ามาหางานทำในกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง การดำเนินการแก่ผู้กระทำความผิด แม้ว่าจะมีการจับกุมตัวนายหน้าที่ล่อลวงแรงงานได้หลายคดี แต่ผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่ ได้รับการประกันตัวและก่อเหตุซ้ำซากอีก ทั้งนี้ การดำเนินการแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบการ
         ขอทานเด็ก การนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทานยังเป็นกรณีการค้ามนุษย์ที่มีความรุนแรง ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ถูกนำพามาจากประเทศกัมพูชาและพม่า จำนวนเด็กขอทานในประเทศไทยยังไม่มีการสำรวจข้อมูลเชิงปริมาณอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการกระจายตัวออกไปในหลายพื้นที่ อาทิ พัทยาเชียงใหม่  หาดใหญ่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล การนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทานเริ่มมีการเปลี่ยนรูปแบบจากการนำเด็กมานั่งขอทานธรรมดา เป็นการให้เด็กขายดอกไม้ หรือสินค้า ตามสถานบริการต่างๆ ภาพรวมของธุรกิจเด็กขอทานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเด็กขอทานต่อหนึ่งคนสามารถหาเงินได้ตั้งแต่ 300 บาทถึง 1,000 บาทขึ้นไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ขบวนการค้ามนุษย์จะพยายามเคลื่อนย้ายเด็กเข้ามาขอทานในประเทศไทย แม้ว่าจะถูกจับกุมและส่งกลับไปประเทศต้นทางหลายครั้งแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังพบปัญหาสำคัญ คือ ครอบครัวชาวกัมพูชาที่เคยเดินทางเข้าไทยมากับขบวนการนายหน้าในครั้งแรกแล้วถูกจับกุมผลักดันกลับประเทศ จะนำลูกหลานของตัวเองเข้ามาขอทานในไทยอีกครั้ง โดยเดินทางเข้ามาด้วยตนเอง และเมื่อมีความชำนาญจะเริ่มชักชวนคนในชุมชนมาขอทานในไทย กลายเป็นการผันตัวเองเป็นนายหน้านำพาเด็กมาขอทานอีกทอดหนึ่ง พื้นที่สำคัญที่มีการลักลอบนำพาเด็กเข้ามาขอทานในประเทศไทย คือ ด้านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว (รถไฟสายอรัญประเทศ-กรุงเทพมหานคร) ถูกใช้เป็นเส้นทางในการนำพาเด็กจากประเทศกัมพูชาเข้ามาขอทาน การเสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมคนขอทาน ฉบับใหม่ ต่อคณะรัฐมนตรี ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในปี 2552 ทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรภาคเอกชน ว่าไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง และเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่สามารถแสดงถึงแนวทางในการพัฒนา หรือการจัดสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มคนขอทาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแต่อย่างใด
         การลักพาตัวเด็ก เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น โดยในปี 2552 มีเด็กถูกลักพาตัวทั้งสิ้น 7 ราย (เท่ากับปี 2551) เด็กที่ถูกลักพาตัวมีอายุเฉลี่ยที่ 6 ขวบ ลักษณะการลักพาตัวเด็กส่วนใหญ่เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำเด็กไปกระทำทางเพศและบังคับใช้แรงงาน มักเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้กระทำความผิดมิใช่กลุ่มอาชญากรรมหรือขบวนการค้ามนุษย์ที่มีขนาดใหญ่ แต่กลับเป็นกลุ่มที่มีลักษณะอาการคล้ายผู้ป่วยทางจิต มีความต้องการที่จะนำเด็กไปสนองความใคร่ทางเพศ  ผู้กระทำความผิดบางราย มีประวัติการรักษาในสถานพยาบาลด้วยอาการป่วยทางจิต และที่สำคัญ เป็นผู้กระทำความผิดมาแล้วหลายครั้ง ลักษณะการก่อเหตุในการลักพาตัวเด็กนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดหรือเป็นบุคคลที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนทั่วไปที่ดี ผู้ก่อเหตุมักจะใช้วิธีการที่แนบเนียนในการเข้ามาตีสนิทกับเด็กกลุ่มเป้าหมายและจะล่อลวงโดยการชักชวนเพื่อให้สิ่งของหรือสิ่งตอบแทนอื่นแก่เด็ก อาทิ ขนม ของเล่น หรือเงินเพื่อนำไปเล่นเกมส์
          ขบวนการซื้อขายเด็กทารก ที่สำคัญ คือ ขบวนการซื้อขายเด็กทารกทางชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่นายหน้าจะเข้าไปติดต่อเพื่อขอซื้อเด็กนั้น จะเป็นกลุ่มหญิงขายบริการที่ตั้งครรภ์โดยไม่พึ่งประสงค์หรือครอบครัวที่มีฐานะยากจนตามแนวชายแดน นายหน้าชาวไทยจะเข้าไปหว่านล้อมให้หญิงที่ตั้งครรรภ์ไม่พึงประสงค์เก็บเด็กไว้จนคลอดไม่ต้องทำแท้ง เพราะเมื่อเด็กคลอดจะมีคนมารับซื้อเด็กในทันที ในพื้นที่ อำเภอด่านนอก จังหวัดสงขลา มีสถานบันเทิงประเภทร้านคาราโอเกะ ดิสโก้เธค และนวดแผนโบราณอยู่อย่างหนาแน่น จึงมีหญิงขายบริการจำนวนมากเป็นเงาตามตัว ในขณะที่ข้อห้ามของหญิงขายบริการคือ “การห้ามตั้งท้อง” เพราะจะไม่สามารถทำงานได้ และเป็นภาระในอนาคต ด้วยเหตุนี้หญิงขายบริการที่พลาดท่าตั้งครรภ์ จึงมีความคิดที่จะเอาเด็กออกหรือทำแท้ง จึงเป็นช่องว่างให้ขบวนการค้ามนุษย์เข้ามาเสนอขอซื้อเด็กทารก โดยมีเงินจำนวนหมายหมื่นบาทเป็นตัวล่อ ให้หญิงตั้งครรภ์เก็บเด็กไว้จนคลอดเพื่อขาย มีข้อมูลว่าในพื้นที่ด่านนอก มีร้านคาราโอเกะบางแห่ง เป็นนายหน้าในการติดต่อหญิงบริการที่ตั้งครรภ์ โดยการรับมาอยู่ในร้านจนกว่าจะคลอด หรือยินยอมให้พนักงานในร้านตั้งครรภ์ได้ ซึ่งผิดวิสัยของสถานบันเทิงทั่วไป เพราะหญิงตั้งครรภ์ไม่สามารถทำงานบริการได้ ซึ่งร้านคาราโอเกะดังกล่าวจะให้ที่พักแก่หญิงตั้งครรภ์ เพื่ออยู่จนกระทั่งคลอดลูก โดยมีหญิงวัยกลางคน คนหนึ่งเปิดร้านคาราโอเกะบริเวณด่านนอกมาหลายปี มีพฤติกรรมน่าสงสัยในการเป็นนายหน้าหาเด็กเพื่อส่งให้เอเย่นต์ชาวมาเลเซีย (เชื้อสายจีนวัยกลางคน) โดยรับหญิงตั้งครรภ์เข้ามาอยู่ในร้าน และมีการเกลี้ยกล่อมให้หญิงตั้งครรภ์เก็บลูกไว้เพื่อขาย ส่วนวัตถุประสงค์อาจจะนำเด็กไปขายต่อให้กับครอบครัวชาวต่างชาติที่ไม่สามารถมีบุตรได้ หรือ นำเด็กไปเป็นเครื่องมือในการขอทาน  
         ประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ในปี พ.ศ.2553 ว่าจะมีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้นในแรงงานภาคประมง เนื่องจากเกิดภาวะการขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก ส่วนสถานการณ์การค้ามนุษย์ด้านอื่นๆ อาจจะทรงตัว แต่ไม่ได้ลดขนาดของปัญหาลง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทาน อาจกลายเป็นปัญหาปกติที่รัฐบาลไทยไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม
 

--------------------------------
ข้อมูล : ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Konthairakkan on Twitter

ป้ายโฆษณา

ร่วมแบ่งปัน คนไทยรักกัน

AddThis Social Bookmark Button

โฆษณาโดย Google

JoomlaWatch 1.2.12 - Joomla Monitor and Live Stats by Matej Koval
CopyRight Konthairakkan.com 2009 All Right Reserved.