เข้าสู่ระบบคนไทยรักกัน



ผู้ใช้งานขณะนี้

เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Civil Garuda on Facebook

ป้ายโฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้337
mod_vvisit_counterเมื่อวาน383
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3027
mod_vvisit_counterเดือนนี้6985
mod_vvisit_counterทั้งหมด374032
รัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองประชาชน

 

         ปฏิกิริยาของประชาชนแม้แต่สื่อมวลชนก็มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ  บางคนบอกว่าไทยถูกอิสราเอลและสหรัฐหลอก  ไม่มีฮิซบุลเลาะห์ในไทย ไทยไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะจะทำให้ประเทศอาหรับและกลุ่มก่อการร้ายไม่พอใจ ฯลฯ   ดังนั้น  บทความวันนี้  เราจะวิเคราะห์ถึงเรื่องนี้จากการติดตามข้อมูลทั้งเปิดเผยและลับ
         การอธิบายเรื่องนี้แบบง่ายที่สุดคือการเปรียบเทียบกับบ้านของเรา  ที่เจ้าของบ้านต้องป้องกันไม่ให้ขโมยเข้าบ้านเพื่อมาขโมยสิ่งของ  หรือเข้ามาปล้น  หรือเข้ามาทำลายทรัพย์สิน  หรือทำร้ายคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในบ้านหรือแขกผู้มาเยือนที่พำนักอยู่ในบ้าน  นอกจากป้องกันด้วยตนเองโดยมีมาตรการต่างๆ แล้ว  เพื่อนบ้านยังมีส่วนช่วยดูแลความผิดปกติให้ด้วย ซึ่งเขาอาจบอกเราว่า เห็นคนมาด้อม ๆ มอง ๆ แถวบ้านเรา  หรือมีคนพยายามปีนรั้วเข้ามา   ดังนั้น  หากมีคนแปลกหน้าเข้าบ้านเรา  เราต้องบอกให้ออกไปหรือจับตัวส่งตำรวจทันที  
         รัฐบาลไทยทุกชุดถือว่าการก่อการร้ายสากลเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ  ซึ่งสอดคล้องกับข้อมติของสหประชาชาติกำหนดให้การก่อการร้ายระหว่างประเทศเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลก      ไม่มีประเทศไหนในโลกรวมทั้งประเทศไทยที่ปลอดจากการก่อการร้าย 100 เปอร์เซ็นต์  และไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะต่อต้านการก่อการร้ายสากลได้โดยลำพังประเทศเดียว  แต่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากมิตรประเทศในการปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน    รัฐบาลไทยและชาติพันธมิตรมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรองความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายสากลตลอดเวลา 
         การเฝ้าระวังและสืบสวนความเคลื่อนไหวของขบวนการก่อการร้ายสากลเป็นการปฏิบัติตามปกติของหน่วยงานความมั่นคงของไทย  ช่วงเดือนธันวาคม 2554  หน่วยงานความมั่นคงของไทยได้รับการแจ้งเตือนจากมิตรประเทศว่ามีผู้ปฏิบัติการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งอยู่ในไทยแล้วและส่วนหนึ่งกำลังจะเข้ามา  พวกนี้อาจมีแผนมาก่อการร้ายในไทยโดยมุ่งกระทำต่อชีวิตและทรัพย์สินชาวยิว  แต่คนไทยอาจเจอลูกหลงเข้าไปด้วย   เจ้าหน้าที่ไทยจึงดำเนินการสืบสวน ขยายผลจนนำไปสู่การจับกุมนายอาทริส  ฮุสเซน   ซึ่งจากการซักถาม  นายฮุสเซนให้ความร่วมมือในระดับหนึ่งโดยยอมรับว่าตนเองเป็นสมาชิกของกลุ่มฮิซบุลเลาะห์  เขามีส่วนรับรู้แผนการแต่ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติการ    เขาเป็นเพียงฝ่ายจัดหาวัสดุอุปกรณ์เท่านั้น  ในที่สุด   เขาได้พาเจ้าหน้าที่ไปยังบ้านเช่าซึ่งใช้เป็นโกดังเก็บปุ๋ยยูเรียและแอมโมเนียมไนเตรทจำนวนหลายตัน   ซึ่งวัสดุเหล่านี้ในตัวของมันเองไม่ได้เป็นวัตถุระเบิด  แต่สามารถนำมาใช้เป็นสารตั้งต้นในการประกอบระเบิดทำเองได้  และต่อมา  ได้พาไปยังโกดังแห่งอื่น  เขาอ้างว่า  ได้จัดส่งสารเคมีเหล่านี้ออกไปยังต่างประเทศ
         บางคนบอกว่า  นายฮุสเซนไม่น่าเป็นสมาชิกของกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ เพราะเจ้าหน้าที่ของฮิซบุลเลาะห์ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ได้เป็น  (โดยทั่วไป  องค์กรจะไม่ยอมรับหากสมาชิกของตนไปทำพลาดเพราะจะทำให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)   อย่างไรก็ดี  นายฮุสเซนยอมรับว่าเขาเป็นสมาชิกฮิซบุลเลาะห์ 

 

         (สถาบัน “สตราตฟอร์”ซึ่งเป็นสถาบันวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศเปิดเผยว่า  แหล่งข่าวของเขายืนยันว่า  นายฮุสเซนเป็นสมาชิกฮิซบอลเลาะห์จริง)  บางคนบอกว่า  ฮิซบุลเลาะห์ไม่เคยปฏิบัติการนอกตะวันออกกลาง  แต่รายงานประจำปีว่าด้วยการก่อการร้ายระหว่างประเทศพบว่า   ฮิซบุลเลาะห์เคยปฏิบัติการวางระเบิดที่สหรัฐมาก่อน  แม้แต่ในประเทศไทยก็มีรายงานว่ากลุ่มฮิซบุลเลาะห์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการก่อการร้ายอย่างน้อย 1-2  ครั้ง  บางคนบอกว่า  ฮิซบุลเลาะห์ได้อำนาจทางการเมืองในเลบานอนแล้ว  จึงไม่จำเป็นต้องใช้การก่อการร้ายอีก  แต่อย่าลืมว่า นอกจากปีกการเมืองแล้ว  องค์การยังมีปีกการทหารด้วย  และที่สำคัญ ประเทศที่อยู่เบื้องหลังและให้การสนับสนุนฮิซบุลเลาะห์ตลอดมา คือ ซีเรีย และอิหร่าน ซึ่งปัจจุบันเหลืออิหร่านซึ่งกำลังมีปัญหากับสหรัฐและอิสราเอลตลอดมา โดยเฉพาะขณะนี้
         ไทยไม่ได้เป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้ายโดยตรง   พวกนี้ต้องการโจมตีผลประโยชน์ของอิสราเอลและสหรัฐในไทย  แต่ในฐานะเจ้าของบ้าน  ไทยจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองผลประโยชน์ของทุกชาติในไทย   การที่กลุ่มก่อการร้ายนิยมเลือกไทยเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทั้งที่ประเทศอื่นก็มีผลประโยชน์ของยิวและสหรัฐเช่นกัน   เพราะเขามองว่า   การที่ไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว  การเข้าออกทำได้ง่าย  มีเส้นทางเข้าออกหลายเส้นทางที่ใช้เป็นเส้นทางหลบหนีได้   คนต่างชาติมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่โดยไม่มีใครสนใจกัน    มาตรการ รปภ.ไม่ค่อยเข้มงวด  ไทยมีเป้าหมายพลเรือนของยิวและอเมริกันที่เป็น “ ซอฟต์ ทาร์เก็ต” เช่น โบสถ์ยิว  ถนนข้าวสาร เป็นต้น  การจัดหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการก่อการร้ายทำได้ง่ายเพราะไม่ค่อยมีการควบคุมเข้มงวด  การจัดหาเอกสารปลอมทำได้ง่าย  หากทำผิดสามารถยัดเงินให้เจ้าหน้าที่ได้   ฯลฯ  ซ้ำยังมีแหล่งบันเทิงมากมายที่ผู้ก่อการร้ายนิยมมาหาความสุขครั้งสุดท้ายก่อนปฏิบัติการระเบิดพลีชีพ    ดังนั้น   เมืองไทยจึงถูกมองว่าเป็น “สวรรค์ของผู้ก่อการร้าย”  ซึ่งคนไทยคงไม่ภูมิใจนัก
         หน่วยงานความมั่นคงมีหน้าที่ในการป้องกัน  ป้องปราม  ระงับยับยั้ง  การก่อการร้ายซึ่งจะทำความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน   หากมีผู้ก่อการร้ายสากลคิดเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ดีในประเทศไทย    เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐและประชาชนต้องร่วมมือกันในการสะกัดกั้น  เพราะประเทศไทยไม่สามารถ “เสี่ยง” กับเรื่องนี้ได้  เนื่องจากเคยเกิดการก่อการร้ายในไทยมาแล้วหลายครั้ง    หากเกิดการก่อการร้ายขึ้นอีกไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม    ประเทศชาติจะเสียหายร้ายแรงทั้งภาพลักษณ์   การท่องเที่ยว  การลงทุน  ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน มากกว่าข่าวเรื่องนายฮุสเซนหลายเท่า   
         สหรัฐและประเทศอื่นมีหน้าที่ที่จะแจ้งให้คนในบังคับของเขาระมัดระวังการก่อการร้ายในไทย  ซึ่งเราคงไปว่าเขาไม่ได้  แต่เมื่อภัยคุกคามลดระดับลงเขาก็น่าจะยกเลิกหรือลดระดับลง  การที่สหรัฐยังไม่ยกเลิกแสดงว่าสหรัฐยังไม่มั่นใจพอว่ารัฐบาลไทยจะคุมสถานการณ์ได้เต็มที่   อย่างไรก็ดี    ในวิกฤติย่อมมีโอกาส  การที่ไทยคุมสถานการณ์ได้ก็เท่ากับสร้างความมั่นใจแก่ชาวต่างชาติได้ในระดับหนึ่ง   อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้ไทยตื่นตัวช่วยดูคนแปลกหน้ารอบ ๆ ตัวเรา  และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มากขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนเอง


ที่มาจาก ไทยโพสต์

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Konthairakkan on Twitter

ป้ายโฆษณา
JoomlaWatch 1.2.12 - Joomla Monitor and Live Stats by Matej Koval
CopyRight Konthairakkan.com 2009 All Right Reserved.