เข้าสู่ระบบคนไทยรักกัน



ผู้ใช้งานขณะนี้

เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Civil Garuda on Facebook

ป้ายโฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้337
mod_vvisit_counterเมื่อวาน383
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3027
mod_vvisit_counterเดือนนี้6985
mod_vvisit_counterทั้งหมด374032

โฆษณาโดย Google

3G เทคโนโลยีกับปัญหาการสูญเสียรายได้รัฐ

        

         ระบบเครือข่ายไร้สาย 1G (ระบบอนาล็อก) เริ่มมีการนำมาใช้เมื่อปี พ.ศ. 2523 ต่อมาเป็นระบบดิจิตอล ในนามเครือข่าย 2G การให้บริการด้านโทรศัพท์ เริ่มที่การสนทนา พัฒนาใช้ระบบ GPRS, EDGE สามารถส่ง SMS, MMS, E-mail, Internet, Load ภาพ เพลง คลิปวีดีโอ, Chat ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มมีการนำเทคโนโลยี 3G มาใช้ แต่ไทยยังสามารถนำมาใช้ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้ โดยมีปัจจัยว่าการเปลี่ยนจาก 2G เป็น 3G อาจทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ที่พึงได้รับจากระบบ 2G ที่มีรายได้จากสัญญาสัมปทาน หากผู้ใช้งานเปลี่ยนไปใช้ 3G รายได้ค่าสัมปทานจะลดลง ดังนั้น กทช.จะต้องดำเนินการประมูลเพื่อหารายได้ให้กับรัฐ
          ธุรกิจโทรคมนาคมไร้สายเป็นการนำคลื่นความถี่มาทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อสังคมและผู้ลงทุนประกอบการ คลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติ ผลประโยชน์ที่เข้ารัฐจึงต้องเป็นธรรม ต้องระมัดระวังการบริหารในทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทิศทางการพัฒนาประเทศ แต่ธุรกิจสื่อสารส่วนใหญ่ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการเกือบทั้งหมดโดยได้รับสัญญาสัมปทานกับรัฐ ผ่านบริษัท ทีโอที จำกัด และบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด 
 

ปัญหาการใช้เทคโนโลยี 3G ในไทย
         1. สัญญาสัมปทาน มีการลงนามข้อตกลงระหว่างตัวแทนรัฐกับภาคเอกชนมานาน และมีการแก้ไขสัญญาหลายครั้ง โดยการแก้ไขสัญญาพบตั้งแต่การแก้ไขในทางเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการแก้ไขสัญญาที่รัฐเสียเปรียบ เพราะเป็นการแก้ไขที่มีผลกระทบกับรายได้ของรัฐ  (ทำให้รายได้ของรัฐน้อยลง) และการแก้ไขสัญญาในลักษณะที่เป็นการต่ออายุของสัญญาสัมปทานให้นาน ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานเหล่านี้ เป็นการแก้ไขที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น บริษัททีโอที แก้ไขสัญญาร่วมงานกับ บริษัทเอ ไอ เอส รวม 7 ครั้ง ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและที่บริษัททีโอที แก้ไขสัญญาร่วมงานกับบริษัททรูรวม 21 ครั้งก็ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งที่บริษัท กสท. แก้ไขสัญญาร่วมงานกับบริษัทดีแทค  รวม 3 ครั้ง ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน
         2. ข้อพิพาท หลายปีที่ผ่านมาเกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทฯ ที่เป็นรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญา ปัญหาข้อพิพาทเริ่มตั้งแต่การใช้เสาอากาศ ภาษีสรรพสามิต การแบ่งรายได้ จนถึงค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (interconnection charge) สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจโทรคมนาคมของไทยยุ่งเหยิง มีปัญหามาอย่างยาวนาน (บริษัท ทีโอที ในฐานะเป็นผู้ฟ้อง มูลค่า 20,000 ล้านบาท ในฐานะเป็นผู้ถูกฟ้อง มูลค่า50,000 ล้านบาท , บริษัท กสท.ในฐานะเป็นผู้ฟ้อง มูลค่า 24,000 ล้านบาท ในฐานะเป็นผู้ถูกฟ้อง มูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งระหว่างงบริษัท ทีโอที และบริษัทกสท.  ก็มีคดีฟ้องร้องกันเอง)
         3. บทบาทหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจ กิจการโทรคมนาคมในอดีตให้บทบาทและหน้าที่กับหน่วยงานของรัฐ คือบริษัททีโอที และบริษัท กสท. เอกชนรายใดจะประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องได้เป็นคู่สัญญากับทั้งสองหน่วยงานนี้ ปัจจุบัน กทช.ทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจโทรคมนาคมไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือเกิดความไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 เป็นผู้รับผิดชอบในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแต่ผู้เดียว ถ้าบริษัททีโอที และบริษัทกสท. ต้องการจะหารายได้จากการประกอบกิจการก็ต้องมาประมูลแข่งขัน เช่นเดียวกับภาคเอกชนรายอื่นๆ ซึ่งสัญญาสัมปทานที่บริษัทเอกชนทำไว้กับทีโอที และ กสท. ยังไม่หมดอายุ ในขณะเดียวกันบริษัท ทีโอที และ กสท.ก็ต้องการจะลงมาเล่นเป็นผู้ประกอบการ บทบาทของทั้งสองหน่วยงานจึงซ้ำซ้อน ทั้งความต้องการเป็นผู้กำกับ มีรายได้จากสัญญาสัมปทาน พร้อมกับต้องการเป็นผู้ประกอบการ แข่งกับภาคเอกชน
         สัญญาสัมปทานที่รัฐฯ มีกับภาคเอกชนนั้นเป็นสัญญาในลักษณะสร้าง โอน ดำเนินการ BTO คือ ผู้ได้รับสัญญาสัมปทานเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ต้องโอนทุกอย่างให้เป็นสมบัติของรัฐ บริษัทฯ เอกชนเป็นเพียงผู้ดำเนินการ เมื่อมีรายได้ก็ต้องนำรายได้นั้นมาแบ่งให้กับภาครัฐ สิ่งก่อสร้าง อุปกรณ์ทั้งหมดเป็นสมบัติของหลวงทั้งสิ้น ซึ่งปัจจุบัน หากบริษัทเอกชนต่างๆ จะประมูลงาน 3G บริษัทก็มีสิทธิที่จะใช้อุปกรณ์ที่เป็นส่วนของสัญญาสัมปทานมาใช้ในระบบ 3G โดยอาจจะไม่ต้องลงทุนใหม่ รวมทั้งเมื่อลูกค้าต้องการเปลี่ยนระบบ 2G เป็น 3G รายได้จากระบบ 2G เดิมที่มีส่วนแบ่งให้ ทีโอที และ กสท. ตามสัญญาสัมปทานนั้นก็อาจจะหายไป
 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Konthairakkan on Twitter

ป้ายโฆษณา

ร่วมแบ่งปัน คนไทยรักกัน

AddThis Social Bookmark Button

โฆษณาโดย Google

JoomlaWatch 1.2.12 - Joomla Monitor and Live Stats by Matej Koval
CopyRight Konthairakkan.com 2009 All Right Reserved.