|
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ 3 - 9 ธ.ค. ปี 2553 |
|
ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศสำคัญส่วนใหญ่ยังไม่มีสัญญาณบวกที่ชัดเจน แต่มาตรการใหม่ของสหรัฐฯ ก็ช่วยให้มีความหวังมากขึ้น ทั้งนี้ แม้ผลสำรวจดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจภาคบริการของสหรัฐฯ ห้วง พ.ย.53 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 55.0 จุด จาก 54.3 จุดเมื่อเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 11 เดือนติดต่อกันและเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ขณะเดียวกันปัญหาสำคัญคือการว่างงานก็ยังไม่คลี่คลาย โดยในห้วงเดือนเดียวกัน อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 9.8 จาก 9.6 เมื่อเดือนก่อนหน้า และภาคเอกชนก็จ้างงานใหม่เพียง 39,000 ตำแหน่ง ลดลงมากจาก 172,000 ตำแหน่งเมื่อเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หลังจากประธานาธิบดี โอบามาได้ข้อยุติในการเจรจากับแกนนำพรรครีพับลิกันเมื่อ 6 ธ.ค.53 ตกลงจะต่ออายุมาตรการยกเว้นภาษีรายได้สำหรับประชาชนทุกกลุ่มที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีบุชและจะหมดอายุในสิ้นปี 2553 ต่อออกไปอีก 2 ปี รวมทั้งต่ออายุมาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานและยกเว้นการเก็บรายได้เข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับลูกจ้างออกไปอีก 1 ปี
ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ หลายรายเชื่อว่า หากมาตรการดังกล่าวผ่านสภามีผลบังคับใช้แล้ว ประชาชนจะมีเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจช่วยให้อัตราขยายตัว GDP เพิ่มขึ้นได้ร้อยละ 0.5 – 1.0 ในปี 2554 แต่ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายก็กังวลว่าจะทำให้ฐานะการคลังของรัฐบาล ซึ่งขาดดุลหนักอยู่แล้วได้รับผลกระทบมากขึ้น รวมทั้งเห็นว่าไม่น่ามีผลต่อเศรษฐกิจมากนัก เพราะเป็นการต่ออายุมาตรการเก่ามิใช่การกระตุ้นใหม่ เพียงแต่อาจช่วยไม่ให้ตกต่ำกว่าที่เป็นอยู่
ส่วนทางด้านญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มไม่สู้ดีต่อเนื่อง แม้จะมีการปรับตัวเลขอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสที่ 3 ปี 2553 เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 0.9 เป็นร้อยละ 1.1 เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือจากร้อยละ 3.9 เป็นร้อยละ 4.6 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 เนื่องจากตัวเลขการบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชนสูงกว่าที่รวบรวมก่อนหน้านี้ แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ต่างเห็นว่า เศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ปี 2553 คงจะขยายตัวลดลงอาจถึงขั้นติดลบเนื่องจากตลาดส่งออกยังไม่ฟื้นตัว ล่าสุดคำสั่งซื้อเครื่องจักรของภาคการผลิตห้วง ต.ค.53 ลดลงร้อยละ 1.4 ยอดสินเชื่อที่สถาบันการเงินปล่อยให้แก่ภาคธุรกิจลดลงร้อยละ 2.0 ในห้วง พ.ย.53 รวมทั้งยอดตัวเลขได้เปรียบดุลบัญชีเดินสะพัด (การค้าและการลงทุน) เดือน ต.ค.53 ก็เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.9 ลดลงมาจากร้อยละ 24.3 เมื่อเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ สถาบันเศรษฐกิจหลายสำนักประมาณการณ์ในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจปี 2554 จะชะลอตัวลงจากปี 2553 ล่าสุดธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) เผยแพร่รายงาน Asia Economic Monitor เมื่อ 6 ธ.ค.53 ประเมินว่า เศรษฐกิจเอเชีย ตอ. 14 ประเทศจะขยายตัวร้อยละ 8.8 ในปี 2553 และลดลงเหลือร้อยละ 7.3 ในปี 2554 โดยแม้จะเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนสำคัญในการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะปัจจัยจากประเทศพัฒนาแล้วยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กับผลกระทบจากนโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้วที่มีต่ออัตราแลกเปลี่ยน อนึ่ง ยังมีสัญญาณชัดเจนขึ้นโดยลำดับว่า จีนจะนำมาตรการชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจมาใช้ต่อเนื่อง ยังผลให้ GDP ปี 2554 น่าจะปรับตัวลดลง ล่าสุดคณะกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีนแถลงเมื่อ 3 ธ.ค.53 ว่า จีนจะเปลี่ยนนโยบายการเงิน จากค่อนข้างผ่อนคลายเป็นเข้มงวดมากขึ้น บ่งชี้ว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์เห็นว่า เป็นการตอบสนองต่ออัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วในระยะหลังและแนวโน้มภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งในแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง
-------------------------------------
ข้อมูล : ทีมงานคนไทยรักกัน
|