เข้าสู่ระบบคนไทยรักกัน



ผู้ใช้งานขณะนี้

เรามี 6 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Civil Garuda on Facebook

ป้ายโฆษณา

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้345
mod_vvisit_counterเมื่อวาน383
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3035
mod_vvisit_counterเดือนนี้6993
mod_vvisit_counterทั้งหมด374040

โฆษณาโดย Google

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ 5 - 11 ก.พ. ปี 2553

         ประเด็นที่รัฐบาลและนักลงทุนทั่วโลกห่วงกังวลในรอบสัปดาห์อยู่ที่ปัญหาหนี้สาธารณะในประเทศสมาชิกกลุ่มผู้ใช้เงินยูโร (eurozone) ซึ่งส่อเค้ามาตั้งแต่ปลายปี 2552 โดยเฉพาะในกรีซ ซึ่งหนี้สาธารณะสูงถึงร้อยละ 12.7 ของ GDP ตลอดจนประเทศอื่น ๆ ได้แก่ โปรตุเกส สเปน ไอร์แลนด์ ทำให้นักลงทุนเกรงว่ารัฐบาลประเทศเหล่านั้นอาจผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลต่อผู้ลงทุนในพันธบัตรของประเทศนั้น ๆ จนกระทบเป็นลูกโซ่ เกิดเป็นวิกฤตสถาบันการเงินระลอกใหม่ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรปปรับตัวลดลง รวมทั้งค่าเงินยูโร / ดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงที่สุดในรอบ 8 เดือน  สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มเทขายพันธบัตรของประเทศดังกล่าวในราคาขาดทุนบ้างแล้ว  ทั้งนี้แม้รัฐบาลประเทศดังกล่าวเร่งใช้นโยบายลดรายจ่ายและจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น แต่นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นว่าจะทำได้จริง เห็นได้จากเกิดการประท้วงในกรีซที่รัฐบาลลดเงินเดือนและขยายเวลาเกษียณอายุข้าราชการ รวมทั้งรัฐสภาโปรตุเกสก็ไม่ผ่านร่างกฎหมายของรัฐบาลที่จะเก็บภาษีเพิ่ม
         อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าสถานการณ์ไม่น่าจะร้ายแรงอย่างที่คิด เนื่องจากเชื่อว่าประเทศสมาชิก eurozone ที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าอย่างเยอรมนีและฝรั่งเศสคงจะเข้ามาช่วยเหลือมิให้ปัญหาลุกลามกระทบต่อทั้งภูมิภาค หรือมิฉะนั้นกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็สามารถให้เงินกู้ฉุกเฉินช่วยเหลือได้  ทั้งนี้ที่ประชุม รมว.กค.กลุ่ม G-7 ที่เมือง Iqaluit แคนาดา เมื่อ 5-6 ก.พ.53 นอกจากจะให้คำมั่นร่วมมือใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปแล้ว ยังจะร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้สาธารณะอย่างยั่งยืน เพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต   และล่าสุด นรม.สเปนในฐานะประธานสหภาพยุโรป (EU) แถลงว่าในการประชุดสุดยอดผู้นำ EU ที่บรัสเซลส์ เบลเยียม ใน 11 ก.พ.53 ที่ประชุมจะแสดงจุดยืนร่วมกันในอันที่จะช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาหนักที่สุดคือ กรีซ รวมทั้งกำหนดแนวทางป้องกันปัญหาแพร่กระจายกระทบต่อภูมิภาค
         ส่วนสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศสำคัญยังคงสะท้อนแนวโน้มที่ดี โดยในสหรัฐฯ อัตราการว่างงานห้วง ม.ค.53 ลดลงกลับมาอยู่ที่ร้อยละ 9.7 ต่ำที่สุดในรอบ 5 เดือน แม้เดือนเดียวกันจะยังมีการเลิกจ้างเพิ่มอีก 20,000 ตำแหน่ง  นอกจากนี้มูลค่าการค้าส่งห้วง ธ.ค.52 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน และปริมาณสินค้าคงคลังเดือนเดียวกันก็ลดลงร้อยละ 0.8 เช่นกัน บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจจะต้องลงทุนและผลิตเพิ่มขึ้นในห้วงต่อไป ทำให้การจ้างงานดีขึ้นส่งผลต่อการบริโภคจนวงจรเศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนตามปกติ  ขณะที่ในญี่ปุ่น ตัวเลขส่งออกห้วง ธ.ค.52 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน ทำให้การได้เปรียบดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน สะท้อนการฟื้นตัวของคู่ค้า  ขณะที่ผลสำรวจความเชื่อมั่นแรงงานภาคบริการ (service sector sentiment index) ห้วง ม.ค.53 ก็เพิ่มขึ้นจาก 35.4 จุดเมื่อเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 38.8 จุด  อย่างไรก็ตาม ยอดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ห้วง ม.ค.53 ลดลงร้อยละ 1.5 ลดลงมากที่สุดในรอบ 4 ปี ทำให้สถานการณ์การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศยังน่าห่วงกังวล  สำหรับในจีน หลังจากทางการส่งสัญญาณให้สถาบันการเงินลดการปล่อยสินเชื่อเพื่อชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจมิให้ร้อนแรงเกินไป ธนาคารหลายแห่งเริ่มเรียกคืนหนี้และล่าสุด ธนาคาร Bank of China ก็ประกาศเมื่อ 3 ก.พ.53 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทำให้มีแนวโน้มมากขึ้นว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวในห้วงต่อไป

 

-------------------------------------
    ข้อมูล : ทีมงานคนไทยรักกัน

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Konthairakkan on Twitter

ป้ายโฆษณา

ร่วมแบ่งปัน คนไทยรักกัน

AddThis Social Bookmark Button

โฆษณาโดย Google

JoomlaWatch 1.2.12 - Joomla Monitor and Live Stats by Matej Koval
CopyRight Konthairakkan.com 2009 All Right Reserved.