|
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ปี 2552 และแนวโน้มปี 2553 |
|
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้มแข็งมากนัก เพราะมีปัจจัยเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาในภาคการเงิน การบริโภค และการจ้างงาน รวมทั้งความเสี่ยงที่รัฐบาลของประเทศดังกล่าวไม่สามารถใช้นโยบายการเงินแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องจนจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังดำเนินมาตรการดอกเบี้ยต่ำมาระยะยาว ขณะที่ไทยยังมีปัจจัยเสี่ยง ทั้งจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ต้องระมัดระวังการทุจริตจนเกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ ความเชื่อมั่นของกลุ่มทุนที่ยังเฝ้าติดตามผลการแก้ไขคำสั่งระงับโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด การขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อ ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าเงินบาท รวมทั้งปัญหาทางการเมือง
การดำเนินการตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง 2555 นับเป็นความพยายามที่เด่นชัดในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ขณะที่การให้ความสำคัญต่อโครงการลงทุนประเภทโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบชลประทานและขนส่งจะเป็นแรงผลักทำให้เกิดการจ้างงานและเอื้อประโยชน์ต่อภาคผลิตโดยรวม ควบคู่กับมาตรการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผ่านทางโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งสร้างความมั่นใจต่อราคาสินค้าเกษตรได้ระดับหนึ่ง
ปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ยังได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ระดับราคาและปริมาณการส่งออกสูงขึ้นจากปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร ที่ประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรหลายรายประสบภัยธรรมชาติ และเกิดกระแสตื่นตัวในการให้ความสำคัญต่อการสำรองอาหาร ประกอบกับผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงบประมาณภาครัฐในหลายประเทศ นับเป็นผลดีต่อภาคการส่งออกของไทยที่ติดลบถึงร้อยละ 26.5 เมื่อต้นปี 2552 กลับปรับตัวเป็นบวกในทุกกลุ่มสินค้าเมื่อ พ.ย.52 ที่ร้อยละ 17.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 จนเกิดการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะในภาคการผลิตบางสาขา โดยเฉพาะยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2553
เศรษฐกิจไทยปี 2552 มีแนวโน้มจะขยายตัวติดลบร้อยละ 2.5 – 3.5 ก่อนขยายตัวเป็นบวกร้อยละ 3.3 – 5.3 ในปี 2553 (ธปท./ต.ค.52) อย่างไรก็ดี ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2553 ยังต้องพึ่งพาแรงกระตุ้นผ่านโครงการรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งต่อภาคผลิต ภาคลงทุน และภาคบริโภค ให้ทรงตัวในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน และการเผชิญกับปัจจัยท้าทายที่หลากหลาย ทั้งการเปิดเสรีภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) การหดตัวของปริมาณการค้าโลกที่แต่ละประเทศจะให้ความสำคัญต่อมาตรการกีดกันทางการค้าหลากหลายรูปแบบ การชะลอหรือการปรับเปลี่ยนแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ ที่ดำเนินมาตรการอัตราดอกเบี้ยมาระยะยาวจนเริ่มหันมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ
การพึ่งพารายได้จากภาคส่งออกน่าจะยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในภาวะที่แรงกดดันต่อการหดตัวของตลาดโลกยังสูง รวมทั้งต้องเฝ้าระวังความผันผวนของทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารต้นทุนการผลิตและศักยภาพการส่งออกของไทย ควบคู่กับการเฝ้าติดตามการออกกฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนของประเทศคู่ค้า และเร่งแสวงหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อสร้างโอกาสต่อสินค้าไทย ทั้งนี้ พณ.คาดว่าการส่งออกของไทยปี 2552 จะลดลงประมาณร้อยละ 15 แต่ตั้งเป้าหมายให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ในปี 2553
นอกเหนือจากการลดปัจจัยที่เป็นอุปสรรคของการลงทุน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนแล้ว การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ คงต้องมีความรวดเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างเข้มแข็ง ควบคู่กับการดำเนินงานที่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานรัฐที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ภายใต้ความมุ่งมั่นต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เป็นแนวทางเดียวกัน โดยมุ่งปัจจัยสำคัญด้านความโปร่งใส เพื่อให้เม็ดเงินจากโครงการรัฐกระจายลงสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง อันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
การที่เศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นสำคัญ ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงด้านการค้าทั้งมาตรการกีดกันทางการค้า และการหดตัวของปริมาณการค้าโลกที่เป็นอุปสรรคต่อภาคส่งออก รัฐบาลคงต้องให้ความสำคัญในสินค้าที่มีจุดแข็งเฉพาะตัว ควบคู่กับการเพิ่มและรักษาคุณภาพสินค้าไทย โดยเฉพาะการผลิตที่ได้มาตรฐาน การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร ตลอดจนการการพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ ๆ ภายใต้การประชาสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงและครอบคลุม พร้อมกับเร่งแสวงหาตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่และไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ อาทิ บราซิล เม็กซิโก โปแลนด์ ไต้หวัน ฮังการี เพื่อหลีกหนีการแข่งขันในสินค้าประเภทเดียวกันของประเทศคู่แข่งที่ไทยเสียเปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า
นอกจากนี้ ภาครัฐคงต้องให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว ภายใต้ความพร้อมในเส้นทางที่เชื่อมโยงกันระหว่างประเทศ มุมมองการท่องเที่ยวในไทยที่คุ้มค่า และความหลากหลายของรูปแบบการท่องเที่ยวในไทย ในระยะสั้นอาจมุ่งเน้นที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในไทย อาทิ จีน ที่อาจต้องขจัดปัญหาการฉวยโอกาสหลอกลวงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แฝงในรูปการจัดทัวร์ท่องเที่ยว อาทิ ทัวร์ศูนย์เหรียญ และขจัดปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์เชิงบวกต่อมุมมองที่ดีต่อการท่องเที่ยวในไทย เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาท่องเที่ยวในไทย
--------------------------------------
ทีมงานคนไทยรักกัน
|