|
โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ |
|
หลังจากที่ได้มีเวลาออกเดินทางไปเที่ยวเยี่ยมชมในพระราชดำริต่างๆ เริ่มต้นที่โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ห่างจากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ 70 กม.แม้การเดินทางจะค่อนข้างไกลมากแต่เมื่อไปถึงก็หายเหนื่อย โครงการสวนป่าฯ เป็นพื้นที่ที่น่าอัศจรรย์ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์และนกแปลกชนิดต่างๆ ที่หาชมยากในปัจจุบันอยู่เยอะมาก รวมทั้งพืชสมุนไพร ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นร่มเย็น
จากการได้พูดคุยกับ ชาวบ้านที่เข้ามาทำงานในศูนย์ทำให้รู้ว่าส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสาย กะเหรี่ยงมีฐานะยากจน แต่ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือครอบครัวด้วยการพระราชทานอาชีพเสริม ฝึกศิลปาชีพต่างๆ ตามความถนัดของแต่ละบุคคล ทั้งการทำเครื่องปั้นดินเผา แกะสลักลวดลาย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า ปักผ้า จักสานไม้ไผ่ และการสอนวาดภาพ โดยชาวบ้านไม่ต้องลงทุนจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบใดๆ เลย ทางศูนย์ศิลปาชีพจะเป็นผู้ทำหน้าที่จัดส่งวัตถุดิบจากส่วนกลางมาให้แล้วทาง โครงการแจกจ่ายให้ชาวบ้านลงแรงในการทำงานเพื่อสร้างรายได้ เช่น ดินที่ใช้ในการปั้นเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ก็จะใช้ดินที่มาจาก จ.ลำปาง ซึ่งมีเนื้อละเอียดเหมาะแก่การปั้น แกะสละเป็นรูปลักษณ์และรูปทรงต่างๆ การจัดทำพื้นที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและนำมาทอผ้าไหม การส่งต้นแบบลายปักผ้าพร้อมไหมต่างๆ มาให้กับชาวบ้าน เปิดสอนการวาดภาพสีน้ำแก่เด็กๆ เยาวชนในพื้นที่ด้วย ผลตอบแทนที่ชาวบ้านจะได้รับนอกจากมูลค่าการผลิตจากชิ้นงานที่สำเร็จแล้วยัง มีรายได้รายวันอีกด้วยวันละ 100 บาท ซึ่งราคาค่าตอบแทนของแต่ละชิ้นงานจะได้รับเพิ่มหลังจากถูกนำไปตีราคาจากทาง ส่วนกลาง (สำนักพระราชวัง) โดยการปักผ้า 1 ผืนจะได้ค่าตอบแทนประมาณ 3 – 4 พันบาท เครื่องสานไม้ไผ่กระเป๋า 1 ใบจะได้ค่าตอบแทนประมาณ 2 – 4 พันบาท ทำให้ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความสุขในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง นอกจากนี้หากชาวบ้านคนใดไม่สามารถมาทำงานที่ศูนย์ได้ก็จะอนุญาตให้นำวัตถุ ดิบกลับไปทำที่บ้านและนำชิ้นงานมาส่ง รวมถึงได้รับความเดือดร้อนทางโครงการฯ ก็จะให้ความช่วยเหลือ
การได้พบปะและพูดคุยกับชาวบ้านที่ทำงานศิลปา ชีพกลุ่มนี้ ทำให้รู้และเข้าใจว่าสินค้าศิลปาชีพ ที่เราเคยตั้งข้อสงสัยและประเมินตีราคาด้วยสายตา ความรู้สึกของตัวเองว่ามีราคาแพงเกินไปนั้นแท้จริงแล้วเมื่อนำผลตอบแทนที่ ชาวบ้านได้รับมาคำนวณต้นทุนจริงๆ จะรู้ว่าไม่ได้แพงเลย ชาวบ้านต้องใช้ฝีมือที่ประณีตในการทำ
ผลงานให้ได้ค่าตอบแทน ผ้าปัก 1 ชิ้นใช้เวลาประมาณ 1 – 2 เดือน ผ้าไหมทอจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือน และที่น่าประหลาดใจมูลค่าชิ้นงานเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับราคาขายในร้านศิลปา ชีพแล้วพบว่าราคาบางชิ้นงานถูกกว่าต้นทุนที่จ่ายจริงเสียอีก ทั้งที่ยังไม่ได้คิดถึงค่าการส่งขน
นอกจากงานด้านศิลปาชีพ พบว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งธนาคารควายและโรงเรียนควาย เพื่ออนุรักษ์ควายซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญมีส่วนทำให้คนไทยมีข้าวกินมา แต่โบราณกาลให้อยู่คู่ประเทศไทย ส่งเสริมการทำนาในพื้นที่ดังกล่าวโดยให้ใช้ควายไถนาทำการปลูกข้าวและให้ชาว บ้านในพื้นที่มาร่วมกันหว่าน และทำนาดำ ผลผลิตที่ได้รับก็แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในโครงการฯไม่ต้องเสียเงินซื้อข้าว และทรงพระราชทานความช่วยเหลือชาวบ้านที่ป่วยไข้ด้วยการรับไว้ในพระบรม ราชานุเคราะห์ พระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ยากจนด้วย
พระเมตตาของพระองค์ท่านที่ทรงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบ ครัวให้มีกินมีใช้ด้วยแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าพระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมโครงการปีละ 1 ครั้ง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก แม้ในช่วงหลังจะทรงประชวรไม่สามารถเสด็จมาที่โครงการสวนป่าฯ ได้แต่พระองค์ก็ทรงเสด็จไปยังโครงการอันเนื่องพระราชดำริห้วยทรายใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทุกปี ซึ่งชาวบ้านก็พร้อมและดีใจที่จะได้ไปเข้าเฝ้าฯ ก็จะจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม ผลงานไปจัดแสดงต่อหน้าพระพักตร์ทุกปี ลองย้อนกลับมาลองคิดถึงตัวเองระยะทางในการเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการฯ ระหว่างการเดินทางมีหลายแยก หลายครั้งที่อยากจะย้อนกลับยุติการเดินทางดังกล่าว แต่พระองค์กลับทรงพร้อมที่จะสละเวลาในการลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจชาวบ้าน ดังนั้น เราคนไทยจงภาคภูมิใจและสำนึกให้ดีๆ เรามีวันนี้ มีประเทศชาติไทย อยู่ทุกวันนี้คงยากที่จะปฏิเสธว่าพระองค์ท่านทรงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้น
------------------------------------------
ทีมงาน : รักประเทศไทย คนไทยรักกัน
|